นักกีฬาหรือคนที่จะเล่นกีฬา ควรจะมีวิธีป้องกันและดูแลตัวเองไม่ให้บาดเจ็บหรือได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด โดยสามารถป้องกันการบาดเจ็บได้ดังนี้
       1.การตรวจร่างกาย เพื่อหาความผิดปกติที่อาจมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น เท้าแบนและข้อเท้าเอียง อาจมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ข้อเท้าและกล้ามเนื้อเท้าในนักกีฬาวิ่งระยะไกล


       2.การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายนักกีฬาที่มีความสมบูรณ์มากกว่าก็มีโอกาสได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่น้อยกว่า และนักกีฬาที่มีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ดีกว่า ก็มีโอกาสลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นลงได
       3.อุปกรณ์กีฬา สามารถแบ่งได้ดังนี้
                    - อุปกรณ์กลางที่ใช้ร่วมกัน ได้แก่ สนามแข่งขัน ความแข็งของพื้น
                    - อุปกรณ์ประจำาตัว เช่น ไม้เรกเกต รองเท้า 
             อุปกรณ์ที่กล่าวมานี้มีส่วนช่วยลดการบาดเจ็บได้ และควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสรีระของนักกีฬาและกีฬาประเภทนั้นๆ
        4.เทคนิคการเล่นกีฬา ต้องศึกษาเทคนิคการเล่นตามประเภทกีฬาชนิดนั้นๆให้ถ่องแท้ แม้ร่างกายจะสมบูรณ์เพียงใด แต่หากเทคนิคไม่ถูกต้องก็มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้ตลอดเวลา
         5.การฝึกซ้อม ควรเริ่มทีละน้อย ช้าๆไม่หักโหม ฝึกให้พอเหมาะกับร่างกายของตนเอง สังเกตปฏิกิริยาของร่างกายตลอดเวลาทั้งก่อนเล่นขณะเล่นและหลังเล่นกีฬาว่ามีความผิดปกติหรือไม่ถ้าพบอาการผิดปกติ อย่าฝืนเล่นต่อ การฝึกซ้อมควรหมั่นฝึกซ้อมอย่างสม่ำาเสมอไม่หักโหมจนเกินไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
          6.การอบอุ่นร่างกายหรือวอร์มอัพ (Warm Up) เป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการเล่นกีฬา โดยเฉพาะระบบกล้ามเนื้อ จะทำาให้กล้ามเนื้อที่ตึงตัวอยู่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมเผชิญกับการยืดเหยียดอย่างกะทันหันในขณะเล่นกีฬา ทำาให้เกิดความคล่องตัว ยืดหยุ่นและอดทนได้ดี ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้
          7.การคลายอุ่นหรือคูลดาวน์ (Cool Down) หลังจากการเล่นสิ้นสุดลงไม่ควรให้นักกีฬาหยุดทันที เนื่องจากหัวใจยังเต้นเร็วอยู่ ให้นักกีฬาเคลื่อนไหวต่ออีกสักระยะ ให้ระดับการเต้นของหัวใจลดลงสู่ระดับปกติก่อนการคลายอุ่นหรือคูลดาวน์ ช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเอ็นได้


ที่มา : https://www.dpe.go.th/dwl-files-401891791937